Search
  • อาเฮีย

"ซื้อสีหน่อยค่ะ" ว่าด้วยเรื่องของการซื้อสีที่ร้านวัสดุ (สีทาบ้าน สีน้ำมัน สีทาไม้ และ อื่น



สีตามท้องตลาดที่ขายกันตามร้านขายสี หรือร้านวัสดุก่อสร้างนั้น สำหรับหลายคนที่กำลังตัดสินใจทำบ้านใหม่หรือปรับปรุงซ่อมแซมบ้านหลังเก่า อาจจะมึนงง

และสงสัยกับประเภทของสีที่มีอยู่มากมาย ?_? วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนั้นกันครับ ^^

สี หากแบ่งตามประเภทของการใช้งาน จะสามารถแบ่งออกมาได้เป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. สีทาอาคาร หรือ สีทาบ้าน

2. สีทาเหล็ก หรือ สีน้ำมัน

3. สีงานไม้

4. สีสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ หรือ สีพ่น

5. สีตกแต่งพิเศษ

1. สีทาอาคาร หรือ สีทาบ้าน

สีที่ใช้สำหรับทาบ้านหรือผนังปูนจะเป็นสีน้ำทั้งหมด หรือ สีน้ำอะครีลิค (Acrylic Paint) ซึ่งเป็นส่วนผสมของสารพลาสติกโพลีเมอร์ จึงมีคนที่เรียกกันติดปากว่าสีพลาสติกเช่นกัน สีประเภทนี้จะสามารถซึมเข้าไปในเนื้อปูนและยึดเกาะได้เมื่อแห้งครับ สีประเภทนี้อย่างที่ชื่อมันเรียกนะครับ เป็นสีน้ำ เพราะฉะนั้นแล้วใช้น้ำก๊อกที่บ้านเราผสมแล้วทาได้เลยในกรณีที่คิดว่าเนื้อสีมันเหนียวเกินไป แต่ถ้าคิดว่าพอทาไหว ไม่ผสมเลยก็ทาได้ครับ

สีน้ำนั้นจะมีหลายประเภทด้วยกัน เราสามารถแยกได้ตามลักษณะการใช้งาน เป็น ภายในและภายนนอก และ แยกตามเนื้อสีเป็น ด้าน, กึ่งเงา, หรือ เนียน เป็นต้น (แต่และยี่ห้ออาจจะเรียกเนื้อสีไม่เหมือนกันนะครับ) ส่วนรายละเอียดเบื้องลึกเดียวผมจะแยกออกมาเป็นอีกโพสเพื่อความสะดวกในการอ่านนะครับ ซึ่งในนั้นผมจะอธิบายความแตกต่างของการใช้งานของสีแต่ละประเภทรวมไปถึงการทาสีบ้านใหม่และบ้านเก่าครับ

2. สีทาเหล็ก หรือ สีน้ำมัน

สำหรับคนที่ต้องการทารั้วเหล็กที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นรั้วเหล็กหรือรั้วอัลลอย จะต้องเจาะจงซื้อสีน้ำมันครับ สีน้ำมัน (Enamel Paint) เป็นสีที่มีคุณสมบัติในการยึดเกาะพื้นผิวที่เรียบเนียนของเหล็กได้ ต่างกับสีน้ำที่จะไหลลื่นไม่ยึดเกาะบนพื้นผิวเหล็กเลย

เนื่องจากน้ำมันจะแยกส่วนกับน้ำอย่างที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว สีน้ำมันจะช่วยปกป้องไม่ให้พื้นผิวเหล็กออกมาสัมผัสกับน้ำและอากาศ ซึ่งจะทำปฏิกริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ทำให้เกิดสนิมขึ้นครับ สีน้ำมันไม่สามารถผสมน้ำเพื่อช่วยในการเจือจางได้ จะต้องใช้ ทินเนอร์ น้ำมันสน หรือน้ำมันชักแห้งช่วยในการเจือจางครับ

3. สีงานไม้

โดยส่วนใหญ่แล้ว ตามท้องตลาด สีที่ใช้ทาไม้นั้นจะเป็นสีระบบน้ำมันซะส่วนมาก สีงานไม้นั้นจะประกอบไปด้วย สีย้อมไม้ สีเคลือบพื้นไม้ และ สีรักษาเนื้อไม้ รวมไปถึงสีทาไม้ที่เป็นสีอะครีลิคด้วย โดยปัจจุบันนี้ก็มีหลายยี่ห้อที่ได้เริ่มผลิตสีทาไม้ระบบน้ำออกมา เนื่องจากสีระบบน้ำสามารถตอบโจทย์ลูกค้าในเรื่องของกลิ่นที่บางเบากว่าจึงสามารถเข้าอยู่อาศัยได้เร็ว รวมทั้งยังไม่รบกวนเพื่อนบ้านหากใช้งานภายในอาคาร เช่น คอนโด เป็นต้น สีทาไม้ระบบน้ำส่วนมากจะมาในรูปแบบของสีที่ทึบแสง หรือ ไม่สามารถมองเห็นลายไม้ได้นั้นเองครับ

แต่อย่างไรก็ตาม สีทาไม้ระบบน้ำมันจะเด่นเรื่องความทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากกว่า อีกทั้งยังมีความแข็งในตัว ซึ่งเหมาะแก่การใช้กันพื้นผิวที่ต้องถูกกระทบหรือเหยียบย่ำตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นสีที่โปร่งแสงซะส่วนมาก ซึ่งจะเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชื่นชอบการโชว์ลายไม้อีกด้วย สำหรับส่วนผสมที่จะมาผสมกับสีทาไม้ ผมขอแนะนำว่าให้อ่านข้างผลิตภัณฑ์เลยครับ เพราะแต่และยี่ห้อนั้น ส่วนผสมข้างในเป็นอะไรทางร้านค้าก็ไม่สามารถตอบได้ แต่จะมีตัวที่จะมาคู่กับผลิตภัณฑ์นั้นๆอยู่ครับ

4. สีสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ หรือ สีพ่น

สีประเภทนี้ จริงๆแล้วมีทั้งสีน้ำและสีน้ำมัน แต่ที่ผมแยกออกมาเป็นสีสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์นั้น เพราะว่า ช่างเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่มักจะชอบใช่เครื่องพ่นสีในการทำงาน เนื่องจากการพ่นสีนั้นช่วยเบาแรงในการลงสีหากมีปริมาณพื้นที่ที่มาก และยังได้ระดับสีที่เรียบเนียนเท่ากัน ไม่เป็นรอยแปรงอีกด้วย

ส่วนสีที่ใช้สำหรับเครื่องพ่นสีนั้นหรือครับ สีอะไรก็ได้ครับ ใช่ครับ สีอะไรก็ได้เลย หากเป็นสีน้ำ ให้ผสมน้ำมากขึ้น 5- 10% จากปกติ เพื่อไม่ให้สีข้นเกินไป เพราะอาจจะทำให้สีพ่นไม่ออก

สีน้ำมันก็เช่นกันครับ ให้ใช้ทินเนอร์ผสม มากกว่าเดิม 5 - 10% เพื่อให้พ่นออกง่ายครับ แต่ว่า น้ำมันสน และ น้ำมันชักแห้ง จะไม่นิยมใช้ในการผสมเพื่อพ่นสีน้ำมัน เพราะว่าความเหนียวของตัวทำละลายทั้ง 2 ตัวนี้นั้นจะมีมากกว่าทินเนอร์ จะทำให้พ่นออกยากมากและจะไปติดหัวกาพ่นสีครับ

แต่หากต้องการสีเฉพาะทางสำหรับงานพ่นสีเลย ก็อีกเช่นกันครับ เรียกว่า สีพ่นอุสาหกรรม สีประเภทนี้จะผสมแลคเกอร์มาในตัว ทำให้ขึ้นเงาง่าย และมีฟิล์มสีที่แข็ง ทนทาน สีประเภทนี้จะเป็นระบบน้ำมันแต่เพราะว่ามันมีส่วนผสมของแลคเกอร์มาในตัวแล้ว ซึ่งตัวทำละลายเป็นทินเนอร์ เพราะฉะนั้น จะต้องใช้ ทินเนอร์ ในการเจือจางก่อนการทำงาน เท่านั้นครับ

5. สีตกแต่งพิเศษ

สีประเภทนี้เป็นสีสร้างลายพิเศษ เป็นสีเกรดสูงกว่าสีข้างบนมาก จะเห็นได้ตามโรงแรมชั้นนำต่างๆ สีเหล่านี้จะสามารถให้พื้นผิว (Texture) ที่แตกต่างออกไป ดูหรูหรา หรือ เรียบเนียนกว่าสีปกติก็มีครับ รวมไปถึงสีทอง ที่จะเป็นประกายต่างๆออกไป จะไม่ใช่สีทองเรียบๆธรรมดา เป็นต้น

เย้ จบไปแล้วสำหรับสีทั้ง 5 ประเภทอย่างคร่าวๆ โพสต่อๆไปจะเป็นการเจาะลึกลงไปในสีแต่และประเภท ซึ่งผมจะพูดถึงเรื่องการใช้งาน การเตรียมพื้นผิว ปัญหาต่างๆที่ลูกค้าเคยพบมาครับ

หากมีข้อสงสัยก็สอบถามกันมาได้นะครับ จะพยายามตอบเท่าที่ผมทราบ และหากมีข้อมูลตรงไหนที่พบว่าขาดตกบกพร่องก็แจ้งมาได้เลยครับ

#สทาบาน #ซอส #สนำมน #สยอมไม #สพน #สตกแตงพเศษ

565 views
  • Facebook Social Icon

บริษัท สิทธิชัยค้าไม้และวัสดุก่อสร้าง จำกัด